Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร


ในยุคที่การสื่อสารด้วยภาพกลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน การเรียน และการตลาด เครื่องมือออกแบบกราฟิกอย่าง Canva จึงกลายเป็นตัวช่วยที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ด้วยความง่ายในการใช้งานและฟีเจอร์ที่หลากหลาย Canva ได้ออกแบบแพ็กเกจการใช้งานให้เหมาะกับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป นักเรียน ครู หรือองค์กรขนาดใหญ่

Canva โดยเฉพาะกลุ่ม Individuals and Teams และ Education โดยแบ่งแพ็กเกจออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ Canva Free, Canva Pro, Canva for Teams, Canva Enterprise และ Canva for Education โดยแต่ละแพ็กเกจมีจุดเด่นและฟีเจอร์เฉพาะตัวที่ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน

สำหรับองค์กรหรือทีมงานที่ต้องการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ Canva for Teams จะช่วยให้การจัดการโปรเจกต์เป็นเรื่องง่าย และที่น่าสนใจที่สุดคือ Canva for Education ซึ่งเปิดให้ครูและนักเรียนระดับ K-12 ใช้งานได้ฟรี พร้อมฟีเจอร์ระดับ Pro เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการออกแบบอย่างสร้างสรรค์

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจแต่ละแพ็กเกจของ Canva อย่างละเอียด พร้อมคำแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับใคร เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้งานได้อย่างตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด




Canva ได้ออกแบบแพ็กเกจให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะทำงานคนเดียวหรือเป็นส่วนหนึ่งของทีม การเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสร้างสรรค์งานออกแบบได้อย่างมืออาชีพและคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้งานคนเดียวหรือทำงานร่วมกับทีม Canva มีแพ็กเกจที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน

กลุ่ม Individuals เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งาน Canva แบบคนเดียว เช่น นักเรียน นักศึกษา ฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก หรือผู้ที่ต้องการออกแบบเพื่อใช้ส่วนตัว โดยสามารถเลือกใช้งานได้ทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงินเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์ระดับมืออาชีพ

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/pricing/



Canva Free เป็นแพ็กเกจที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานบุคคลทั่วไปที่ต้องการเริ่มต้นสร้างงานออกแบบอย่างง่าย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ โพสต์โซเชียลมีเดีย หรือเอกสารนำเสนอ โดยไม่ต้องลงทุนกับซอฟต์แวร์ราคาแพง

เราจะเห็นข้อความที่ชัดเจนว่า “Design anything and bring your ideas to life. No cost, just creativity.” ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดหลักของ Canva Free นั่นคือการเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือออกแบบได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณสูง


แม้จะเป็นแพ็กเกจฟรี แต่ Canva Free ก็มีฟีเจอร์พื้นฐานที่ครบครันสำหรับการออกแบบทั่วไป เช่น

  • เข้าถึงเทมเพลตมากกว่า 1,000 แบบ
  • ใช้งานเครื่องมือลากและวาง (drag-and-drop) ที่ใช้งานง่าย
  • มีคลังภาพ ไอคอน และฟอนต์ให้เลือกใช้งานจำนวนมาก
  • รองรับการออกแบบในหลากหลายรูปแบบ เช่น โพสต์ Instagram, พรีเซนเทชัน, ใบปลิว, นามบัตร, อินโฟกราฟิก ฯลฯ
  • สามารถดาวน์โหลดผลงานในรูปแบบ PNG, JPG หรือ PDF ได้ทันที

นอกจากนี้ Canva ยังมีฟีเจอร์ AI เบื้องต้นที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างภาพหรือข้อความได้ง่ายขึ้น เช่น การแนะนำเทมเพลตอัตโนมัติตามประเภทงาน หรือการจัดวางองค์ประกอบอย่างชาญฉลาด

Canva Free เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งาน Canva โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เหมาะกับ

  • นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการทำรายงานหรือพรีเซนเทชันให้ดูน่าสนใจ
  • ฟรีแลนซ์ที่ต้องการออกแบบงานเบื้องต้นให้ลูกค้า
  • เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ด้วยตัวเอง
  • บุคคลทั่วไปที่ต้องการออกแบบเพื่อความสนุกหรือใช้ในชีวิตประจำวัน
Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/pricing/

ผู้ใช้งานสามารถสมัครใช้งาน Canva Free ได้ทันทีผ่านเว็บไซต์ หลังจากสมัครแล้วก็สามารถเริ่มต้นออกแบบได้ทันทีผ่านเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชัน Canva บนมือถือ

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/



สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์งานออกแบบที่โดดเด่น มีความเป็นมืออาชีพ และสามารถควบคุมองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ Canva Pro คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานแบบบุคคล เช่น ฟรีแลนซ์ นักออกแบบ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก หรือผู้ที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงในการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์และงานนำเสนอ

จุดเด่นของ Canva Pro ที่เหนือกว่าเวอร์ชันฟรีอย่างชัดเจน โดยมีค่าบริการอยู่ที่ ฿230 ต่อเดือน หรือ ฿1,850 ต่อปีสำหรับผู้ใช้งานหนึ่งคน พร้อมตัวเลือกให้ทดลองใช้งานฟรีก่อนตัดสินใจสมัคร

Canva Pro เป็นแพ็กเกจที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงในการสร้างสรรค์งานออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพและความเป็นมืออาชีพ โดยรวมทุกสิ่งที่มีใน Canva Free และเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือระดับพรีเมียมที่ช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้น สวยงามขึ้น และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/pricing/

Canva Pro มาพร้อมกับฟีเจอร์ระดับพรีเมียมที่ช่วยให้การออกแบบเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น

  • เข้าถึงเทมเพลตพรีเมียมและกราฟิกคุณภาพสูง : มีคลังเทมเพลตมากกว่า 100 ล้านรายการ รวมถึงภาพถ่าย วิดีโอ ไอคอน และองค์ประกอบกราฟิกที่ออกแบบโดยมืออาชีพ
  • เครื่องมือ AI ขั้นสูง : เช่น การลบพื้นหลังจากภาพอัตโนมัติ, การสร้างภาพด้วยข้อความ (Text to Image), การปรับขนาดอัตโนมัติสำหรับแพลตฟอร์มต่าง ๆ และการแปลภาษาในงานออกแบบ
  • Brand Kit : สร้างชุดแบรนด์ของคุณเอง เช่น โลโก้ สีประจำแบรนด์ และฟอนต์ เพื่อให้ทุกงานออกแบบมีความสอดคล้องกัน
  • Magic Resize : ปรับขนาดงานออกแบบให้เหมาะกับหลายแพลตฟอร์ม เช่น Instagram, Facebook, YouTube โดยไม่ต้องออกแบบใหม่
  • จัดการเนื้อหาและโฟลเดอร์ : สร้างโฟลเดอร์เพื่อจัดเก็บงานออกแบบและองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ
  • พื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์มากขึ้น : จาก 5GB ในเวอร์ชันฟรี เพิ่มเป็น 1TB สำหรับผู้ใช้งาน Pro

Canva Pro เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสามารถในการออกแบบที่มากกว่า Canva Free โดยเฉพาะ:

  • ฟรีแลนซ์ ที่ต้องการสร้างงานให้ลูกค้าอย่างมืออาชีพ
  • เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ที่ต้องการสร้างแบรนด์และสื่อประชาสัมพันธ์ด้วยตัวเอง
  • นักออกแบบ ที่ต้องการเครื่องมือครบครันและคลังเนื้อหาคุณภาพสูง
  • ผู้สร้างคอนเทนต์ ที่ต้องการความรวดเร็วในการผลิตสื่อสำหรับหลายแพลตฟอร์ม

Canva Pro เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทดลองใช้งานฟรีก่อนตัดสินใจสมัคร ซึ่งเป็นโอกาสดีในการสำรวจฟีเจอร์ทั้งหมดและประเมินว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสามารถในการออกแบบที่เหนือกว่า Canva Free ทั้งในด้านความเร็ว ความสวยงาม และการจัดการแบรนด์ หากคุณต้องการสร้างสื่อที่มีคุณภาพสูงและมีความต่อเนื่อง Canva Pro คือคำตอบที่คุ้มค่า

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/



การมีเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมสามารถออกแบบ สื่อสาร และจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น และหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างครบถ้วนก็คือ Canva Teams ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับทีมงานและองค์กรที่ต้องการความร่วมมือในการสร้างสรรค์งานออกแบบ

จุดเด่นของแพ็กเกจนี้ที่เน้นการทำงานร่วมกัน การสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบ และการจัดการเวิร์กโฟลว์ให้เรียบง่าย โดยมีค่าบริการอยู่ที่ ฿1,800 ต่อปีต่อคน และต้องมีผู้ใช้งานขั้นต่ำ 3 คน รวมเป็น ฿5,400 ต่อปี

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/pricing/

Canva Teams รวมทุกฟีเจอร์ของ Canva Pro และเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานร่วมกันในทีม เช่น

  • การจัดการสมาชิกในทีม : เพิ่ม ลบ หรือจัดกลุ่มสมาชิกได้อย่างง่ายดาย พร้อมกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงแต่ละส่วนของงานออกแบบ
  • การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ : สมาชิกในทีมสามารถแก้ไขงานพร้อมกัน ให้ความคิดเห็น และอนุมัติงานได้ทันที
  • การแชร์เทมเพลตและแบรนด์คิทร่วมกัน : สร้างความสอดคล้องในการออกแบบทุกชิ้นงานของทีม โดยใช้ชุดแบรนด์เดียวกัน
  • การควบคุมสิทธิ์และความปลอดภัย : เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยในการจัดการทรัพย์สินดิจิทัล
  • การเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลภายนอก : เช่น Google Drive, Dropbox, OneDrive เพื่อดึงข้อมูลมาใช้งานได้สะดวก
  • การวางแผนและตั้งเวลาโพสต์โซเชียลมีเดีย : ช่วยให้ทีมสามารถจัดการคอนเทนต์ได้อย่างเป็นระบบ

Canva Teams เหมาะสำหรับ

  • ทีมการตลาด ที่ต้องการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
  • บริษัทขนาดเล็กถึงกลาง ที่มีหลายแผนกและต้องการความสอดคล้องในการออกแบบ
  • องค์กรที่ต้องการควบคุมแบรนด์ และจัดการงานออกแบบในระดับทีม
  • ทีมคอนเทนต์หรือโซเชียลมีเดีย ที่ต้องการวางแผนและผลิตเนื้อหาอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นทดลองใช้งาน Canva Teams ได้ฟรีผ่านปุ่ม “Start a free trial” และหากต้องการปรับจำนวนผู้ใช้งานหรือขอคำปรึกษาเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อทีมขายได้โดยตรง

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/teams/

Canva Teams เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับการทำงานร่วมกันผ่านการออกแบบที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบ หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมของคุณทำงานได้เร็วขึ้น สื่อสารได้ดีขึ้น และสร้างแบรนด์ได้อย่างมืออาชีพ Canva Teams คือคำตอบที่ใช่ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานหลายคนที่ต้องการทำงานร่วมกันอย่างมีระบบ เช่น ทีมการตลาด บริษัทขนาดเล็กถึงกลาง หรือองค์กรที่มีหลายแผนก Canva ได้ออกแบบแพ็กเกจ Canva for Teams เพื่อรองรับการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการจัดการสมาชิก การแชร์เทมเพลต และการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง




สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความต้องการเฉพาะทางด้านการออกแบบและการจัดการทรัพย์สินดิจิทัล Canva ยังมีแพ็กเกจ Canva Enterprise ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานในระดับองค์กร โดยมีระบบความปลอดภัย การควบคุมสิทธิ์ขั้นสูง การจัดการหลายทีม และการสนับสนุนจากทีมงาน Canva โดยตรง


องค์กรขนาดใหญ่ที่มีหลายทีม หลายแผนก และต้องการควบคุมมาตรฐานของแบรนด์อย่างเข้มงวด Canva Enterprise จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นโซลูชันการออกแบบแบบครบวงจรที่ตอบโจทย์การทำงานในระดับองค์กรอย่างแท้จริง


Canva Enterprise มุ่งเน้นการให้เครื่องมือที่ครบถ้วนสำหรับการออกแบบ การจัดการแบรนด์ และการทำงานร่วมกันในองค์กรเดียวกัน โดยมีช่องทางให้ติดต่อทีมงาน Canva เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมผ่านปุ่ม “Contact Sales” หรือ “Book a demo” เพื่อทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจ

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/pricing/

จุดเด่นของ Canva Enterprise

  • การจัดการแบรนด์แบบรวมศูนย์ : องค์กรสามารถรวมทรัพย์สินแบรนด์ทั้งหมดไว้ในที่เดียว เช่น โลโก้ ฟอนต์ สี และเทมเพลต เพื่อให้ทุกทีมสามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสอดคล้อง
  • ระบบอนุมัติงานออกแบบ : ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบและอนุมัติงานก่อนเผยแพร่ เพื่อรักษาความสอดคล้องของแบรนด์ในทุกช่องทาง
  • การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ : สมาชิกในทีมสามารถแก้ไข แสดงความคิดเห็น และทำงานร่วมกันในไฟล์เดียวกันได้ทันที
  • การสร้างเนื้อหาด้วย AI : Canva Enterprise ผสานเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยสร้างข้อความและภาพที่สอดคล้องกับแบรนด์โดยอัตโนมัติ
  • รายงานและข้อมูลเชิงลึกของทีม : ผู้ดูแลสามารถเข้าถึงข้อมูลการใช้งานของทีม เช่น จำนวนงานที่สร้าง การเข้าถึงทรัพย์สินแบรนด์ และประสิทธิภาพในการทำงาน
  • การนำเข้าข้อมูลจากแหล่งภายนอก : เช่น Google Sheets หรือระบบจัดการเนื้อหาอื่น ๆ เพื่อใช้ในการออกแบบและวิเคราะห์ข้อมูล
  • การควบคุมการใช้งาน AI สำหรับผู้ดูแลระบบ : ตั้งค่านโยบายการใช้งาน AI ภายในองค์กรได้อย่างยืดหยุ่น
  • มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล : Canva Enterprise ได้รับการรับรอง ISO 27001 และ SOC 2 Type II ซึ่งเหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความมั่นใจในการจัดการข้อมูล
  • พื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ขนาดใหญ่ : รองรับการจัดเก็บไฟล์จำนวนมากจากหลายทีมในองค์กร
  • ระบบการชำระเงินแบบยืดหยุ่น : สามารถปรับจำนวนผู้ใช้งานตามการเติบโตขององค์กรได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นด้วยจำนวนมาก
  • การสนับสนุนลูกค้าออนไลน์ : มีทีมงาน Canva คอยให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว

Canva Enterprise จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเครื่องมือออกแบบที่ครบครัน ปลอดภัย และสามารถปรับขยายได้ตามการเติบโตของธุรกิจ หากคุณต้องการยกระดับการทำงานร่วมกันและการจัดการแบรนด์ในระดับองค์กร Canva Enterprise คือคำตอบที่คุณควรพิจารณา




Canva ได้ออกแบบแพ็กเกจการใช้งานให้เหมาะกับผู้ใช้หลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่บุคคลทั่วไปไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยแต่ละแพ็กเกจ Free, Pro, Teams, และ Enterprise มีฟีเจอร์ด้านการออกแบบและการเผยแพร่ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในเรื่องของจำนวนเทมเพลต ความสามารถในการสร้างงานแบบกลุ่ม การจัดการแบรนด์ และการวางแผนเนื้อหา

เปรียบเทียบฟีเจอร์ Design and Publishing

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของฟีเจอร์สำคัญในหมวด Design and Publishing ที่แต่ละแพ็กเกจมีให้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนภาพและกราฟิกที่เข้าถึงได้ ความสามารถในการสร้างงานแบบกำหนดขนาดเอง การส่งออกไฟล์ในรูปแบบต่าง ๆ ไปจนถึงการใช้เครื่องมือวางแผนคอนเทนต์และการวิเคราะห์งานออกแบบ

การเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนตัว การทำงานร่วมกันในทีม หรือการจัดการงานออกแบบในระดับองค์กร

Design and publishing Free Pro Teams Enterprise
Stock photos, graphics, fonts, videos, and audio 4.7+ Million 141+ Million 141+ Million 141+ Million
Templates 2.2+ Million 5+ Million 5+ Million 5+ Million
Create designs with custom dimensions ✔ ✔ ✔ ✔
Bulk design creation – ✔ ✔ ✔
Export designs as PDF, JPG, PNG ✔ ✔ ✔ ✔
Export print-ready designs / as CMYK – ✔ ✔ ✔
Multiple presentation modes ✔ ✔ ✔ ✔
Social sharing ✔ ✔ ✔ ✔
Customizable templates – ✔ ✔ ✔
Save designs as templates – ✔ ✔ ✔
Basic design insights ✔ ✔ ✔ ✔
Advanced design insights – ✔ ✔ ✔
Social content planner – ✔ ✔ ✔
Sound effects – ✔ ✔ ✔

เปรียบเทียบฟีเจอร์ AI-Powered Design Tools

Canva ได้พัฒนาเครื่องมือออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพจากข้อความ การลบพื้นหลังอัตโนมัติ การแปลภาษา หรือแม้แต่การสร้างวิดีโอจากคำสั่งง่าย ๆ ด้วย AI ซึ่งในแต่ละแพ็กเกจของ Canva มีระดับการเข้าถึงฟีเจอร์ AI ที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของจำนวนเครดิตที่ได้รับต่อเดือน ความสามารถในการใช้งานแบบกลุ่ม และการควบคุมการใช้งานในระดับองค์กร

ตารางด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของฟีเจอร์ AI ที่แต่ละแพ็กเกจมีให้ การเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหากคุณต้องการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบและการผลิตเนื้อหาในระดับบุคคลหรือองค์กร

Al-powered design tools Free Pro Teams Enterprise
Canva AI Limited messages
per month
10x the messages of
Free per month
10x the messages of Free
per month, per person
Disabled by default,
admins can enable
Generate a design with Canva AI 50 total credits 150 credits per month 150 credits per month,
per person
150 credits per month,
per person
Create an image with Dream Lab 20 credits per month 500 credits per month 500 credits per month,
per person
500 credits per month,
per person
Create videos clips with Google’s Veo 3 – 5 videos per month 5 videos per month,
per person
5 videos per month,
per person
Build interactive experiences with Canva code Limited free credits ✔ ✔ ✔
Magic Formulas 10 total credits 500 credits per month 500 credits per month,
per person
500 credits per month,
per person
Magic Insights 10 total credits 500 credits per month 500 credits per month,
per person
500 credits per month,
per person
Magic Media – Text To Image and Graphics Limited free credits 500 credits per month 500 credits per month,
per person
500 credits per month,
per person
Magic Media – Text To Video 5 total credits 50 credits per month 50 credits per month,
per person
50 credits per month,
per person
Magic Write (Including at Scale) 50 total credits 500 credits per month 500 credits per month,
per person
500 credits per month,
per person
Magic Resize (including at scale) – ✔ ✔ ✔
Translate (including at scale) – ✔ ✔ ✔
Magic Animate – ✔ ✔ ✔
Magic Charts ✔ ✔ ✔ ✔
Magic Edit – ✔ ✔ ✔
Magic Eraser – ✔ ✔ ✔
Magic Expand – ✔ ✔ ✔
Magic Grab – ✔ ✔ ✔
Magic Morph – ✔ ✔ ✔
Mockups ✔ ✔ ✔ ✔
Photo Background Remover (including at scale) – ✔ ✔ ✔
Video Background Remover – ✔ ✔ ✔
Photo Background Generator – ✔ ✔ ✔
Photo And Video Animations ✔ ✔ ✔ ✔
AI Voice ✔ ✔ ✔ ✔
Beat Sync Manual Automatic Automatic Automatic
Highlights – ✔ ✔ ✔
Enhance Voice – ✔ ✔ ✔

เปรียบเทียบฟีเจอร์ Workplace Tools

Canva ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือออกแบบกราฟิกเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มที่รวมเครื่องมือสำหรับการทำงานในรูปแบบต่าง ๆ ไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงานนำเสนอ การจัดการเอกสาร การออกแบบเว็บไซต์ หรือการผลิตวิดีโอ all-in-one สำหรับการทำงานในยุคดิจิทัล

ในหมวด Workplace Tools Canva ได้จัดเตรียมฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกแพ็กเกจ Free, Pro, Teams, และ Enterprise สามารถเข้าถึงเครื่องมือพื้นฐานได้เหมือนกัน เช่น การออกแบบโพสต์โซเชียล การสร้างพรีเซนเทชัน การแก้ไขภาพและวิดีโอ รวมถึงการจัดการเอกสารและชีต

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ขั้นสูงบางรายการ เช่น Bulk Actions in Sheets จะมีเฉพาะในแพ็กเกจแบบเสียเงินเท่านั้น ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจัดการข้อมูลจำนวนมากหรือทำงานร่วมกันในระดับทีมและองค์กร

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าแต่ละแพ็กเกจของ Canva รองรับฟีเจอร์ Workplace Tools อย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้ตรงกับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนตัว การทำงานร่วมกันในทีม หรือการจัดการในระดับองค์กร

Workplace tools Free Pro Teams Enterprise
Social Media ✔ ✔ ✔ ✔
Print ✔ ✔ ✔ ✔
Presentations ✔ ✔ ✔ ✔
Photo Editor ✔ ✔ ✔ ✔
Video ✔ ✔ ✔ ✔
Websites ✔ ✔ ✔ ✔
Whiteboards ✔ ✔ ✔ ✔
Docs ✔ ✔ ✔ ✔
Sheets ✔ ✔ ✔ ✔
Multi-design ✔ ✔ ✔ ✔
Courses ✔ ✔ ✔ ✔
Recordings ✔ ✔ ✔ ✔
Bulk actions In Sheets – ✔ ✔ ✔

เปรียบเทียบฟีเจอร์ Collaboration

การทำงานร่วมกันเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในยุคที่ทีมงานต้องสื่อสารและแก้ไขงานแบบเรียลไทม์ Canva จึงได้พัฒนาเครื่องมือด้าน Collaboration เพื่อรองรับการทำงานร่วมกันในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ใช้งานคนเดียวไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

ทุกแพ็กเกจของ Canva Free, Pro, Teams และ Enterprise รองรับฟีเจอร์พื้นฐานด้านการทำงานร่วมกัน เช่น การแก้ไขแบบเรียลไทม์ การแสดงความคิดเห็น การมอบหมายงาน และการแชร์ลิงก์แบบเปิด ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ขั้นสูงบางรายการ เช่น Team-Only Links ซึ่งช่วยจำกัดการเข้าถึงเฉพาะสมาชิกในทีม จะมีเฉพาะในแพ็กเกจ Teams และ Enterprise เท่านั้น เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลและการเข้าถึงงานออกแบบ

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าแต่ละแพ็กเกจของ Canva รองรับฟีเจอร์ Collaboration อย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้ตรงกับรูปแบบการทำงานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานคนเดียว การทำงานเป็นทีม หรือการจัดการในระดับองค์กร

Collaboration Free Pro Teams Enterprise
Real-time collaboration ✔ ✔ ✔ ✔
Comments ✔ ✔ ✔ ✔
Assign Tasks ✔ ✔ ✔ ✔
Link Sharing ✔ ✔ ✔ ✔
Anonymous collaboration ✔ ✔ ✔ ✔
Team-only links – – ✔ ✔

เปรียบเทียบฟีเจอร์ Brand Management and Controls

การจัดการแบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจและองค์กรทุกขนาด โดยเฉพาะเมื่อมีหลายทีมที่ต้องร่วมกันสร้างสื่อประชาสัมพันธ์และเนื้อหาที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ Canva จึงได้พัฒนาเครื่องมือในหมวด Brand Management and Controls เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมองค์ประกอบแบรนด์ได้อย่างเป็นระบบ

ในแพ็กเกจ Free, Pro, Teams, และ Enterprise มีระดับการเข้าถึงฟีเจอร์ด้านการจัดการแบรนด์ที่แตกต่างกัน โดย Canva Pro เริ่มเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์พื้นฐาน เช่น Brand Kits, Brand Templates และการล็อกองค์ประกอบ ขณะที่ Teams และ Enterprise เพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกัน เช่น การเชื่อมโยงโฟลเดอร์กับแบรนด์คิท การอนุมัติงาน และการจัดการแบรนด์ในระดับองค์กร

โดยเฉพาะใน Canva Enterprise จะมีฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การอนุมัติโดยบุคคลหรือกลุ่ม และการสร้าง Brand Kits และ Templates ที่ใช้ได้ทั่วทั้งองค์กร ซึ่งเหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการควบคุมภาพลักษณ์แบรนด์อย่างเข้มงวด

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าแต่ละแพ็กเกจของ Canva รองรับฟีเจอร์การจัดการแบรนด์อย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้ตรงกับความต้องการของธุรกิจหรือองค์กรของคุณ

Brand management and controls Free Pro Teams Enterprise
Brand Controls – ✔ ✔ ✔
Brand Templates – ✔ ✔ ✔
Brand Kits 1 Brand Kit 10000 Brand Kit 10000 Brand Kit 10000 Brand Kit
Linking Folders And Brand Kits – – ✔ ✔
Element locking – ✔ ✔ ✔
Replace logos and imagery – ✔ ✔ ✔
Approvals – ✔ ✔ ✔
Approval by individuals and groups – – – ✔
Org-wide Brand Kits and Templates – – – ✔

เปรียบเทียบฟีเจอร์ Team Management and Permissions

สำหรับองค์กรหรือทีมที่มีหลายสมาชิก การจัดการสิทธิ์และบทบาทของผู้ใช้งานเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมการทำงานและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล Canva จึงได้พัฒนาเครื่องมือในหมวด Team Management and Permissions เพื่อรองรับการทำงานร่วมกันอย่างมีระบบ โดยเฉพาะในแพ็กเกจ Teams และ Enterprise

ในแพ็กเกจ Free และ Pro ผู้ใช้งานจะไม่มีฟีเจอร์ด้านการจัดการทีมโดยตรง เช่น การเชิญสมาชิก การกำหนดบทบาท หรือการโอนสิทธิ์เจ้าของบัญชี แต่เมื่ออัปเกรดเป็น Teams หรือ Enterprise จะสามารถใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการควบคุมการแชร์ การจัดการสิทธิ์ในคลังเทมเพลต และการควบคุมองค์ประกอบแบบละเอียด

โดยเฉพาะใน Canva Enterprise ยังมีฟีเจอร์ขั้นสูงเพิ่มเติม เช่น การจัดการหลายทีมในองค์กร (Multi-Team Organizations) การควบคุมการฝังเนื้อหาแบบส่วนตัว (Private Embeds) และการรับประกันความปลอดภัยของทรัพย์สินทางปัญญา (IP Indemnity) สำหรับองค์กรที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าแต่ละแพ็กเกจของ Canva รองรับฟีเจอร์การจัดการทีมและสิทธิ์อย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้ตรงกับโครงสร้างและความต้องการของทีมหรือองค์กรของคุณ

Team management and permissions Free Pro Teams Enterprise
Invite team members – – ✔ ✔
Roles assignment – – ✔ ✔
Ownership transfer – – ✔ ✔
Reports – – ✔ ✔
Multi-team organizations – – ✔ ✔
Al admin controls – – ✔ ✔
Restricted sharing controls – – – ✔
Template library permissions – – – ✔
Granular element controls – – – ✔
IP indemnity content control – – – Minimum 100 seats
Private embeds – – – ✔

เปรียบเทียบฟีเจอร์ Apps and Integrations

หนึ่งในจุดแข็งของ Canva คือความสามารถในการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและระบบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับเครื่องมือจัดการข้อมูล การนำเข้าข้อมูลจากภายนอก หรือการสร้างอินทิเกรชันแบบกำหนดเอง

ในหมวด Apps and Integrations Canva เปิดให้ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจ Free, Pro, Teams, และ Enterprise เข้าถึง Apps Marketplace และ Apps SDK เพื่อใช้งานแอปเสริมและเครื่องมือพัฒนาได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น Connect API for Custom Integrations และ Data Connectors จะมีเฉพาะในแพ็กเกจแบบเสียเงิน โดยเฉพาะในระดับ Enterprise ที่รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลและระบบภายนอกอย่างเต็มรูปแบบ

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าแต่ละแพ็กเกจของ Canva รองรับฟีเจอร์การเชื่อมต่อและการใช้งานแอปอย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้ตรงกับความต้องการของทีมหรือองค์กรของคุณ

Apps and integrations Free Pro Teams Enterprise
Apps Marketplace ✔ ✔ ✔ ✔
Apps SDK access ✔ ✔ ✔ ✔
Connect API for custom integrations – – – ✔
Data Connectors – ✔ ✔ ✔

เปรียบเทียบฟีเจอร์ Security

หนึ่งในจุดแข็งของ Canva คือการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลและการใช้งานของผู้ใช้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป ทีมงาน หรือองค์กรขนาดใหญ่ Canva ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย เช่น ISO 27001 และ SOC 2 Type II พร้อมทั้งมีระบบป้องกันและควบคุมการเข้าถึงที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าข้อมูลของตนจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย

ในหมวด Security Canva เปิดให้ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจ  Free, Pro, Teams และ Enterprise  เข้าถึงฟีเจอร์พื้นฐานด้านความปลอดภัย เช่น Multi-Factor Authentication (MFA) การรับรองมาตรฐาน ISO และ SOC 2 รวมถึง Canva Shield ที่ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น AI admin controls, Single Sign-On (SSO), SCIM และ Audit Logs จะมีเฉพาะในแพ็กเกจ Teams และ Enterprise ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในระดับองค์กรที่ต้องการการควบคุมและตรวจสอบอย่างละเอียด

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าแต่ละแพ็กเกจของ Canva รองรับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้ตรงกับความต้องการของทีมหรือองค์กรของคุณ

Security Free Pro Teams Enterprise
Multi-Factor Authentication (MFA) ✔ ✔ ✔ ✔
ISO 27001 certification and compliance ✔ ✔ ✔ ✔
SOC 2 Type II ✔ ✔ ✔ ✔
Canva Shield – Trust, safety and privacy ✔ ✔ ✔ ✔
Canva Shield – Al Output Indemnity – – – Minimum 100 seats
Al admin controls – – ✔ ✔
Domain report – – ✔ ✔
Single sign-on (SSO) integrations – – – ✔
System for cross-domain identity management
(SCIM)
– – – ✔
Audit logs – – – Beta-Select customers

เปรียบเทียบฟีเจอร์ Storage and Organization

หนึ่งในจุดเด่นของ Canva คือความสามารถในการจัดเก็บและจัดการไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการทำงานร่วมกันในทีมและการออกแบบที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโฟลเดอร์เพื่อจัดระเบียบงาน การแท็กสื่อเพื่อค้นหาได้ง่าย หรือการใช้พื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์สำหรับไฟล์ขนาดใหญ่

ในหมวด Storage and Organization Canva เปิดให้ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจ  Free, Pro, Teams และ Enterprise ใช้งานโฟลเดอร์ได้แบบไม่จำกัด เพื่อช่วยในการจัดระเบียบโปรเจกต์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น Media Tagging และพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ขนาดใหญ่ จะมีเฉพาะในแพ็กเกจแบบเสียเงิน โดยเฉพาะ Pro, Teams และ Enterprise ที่ให้พื้นที่จัดเก็บถึง 1TB และรองรับการจัดการไฟล์อย่างมืออาชีพ

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าแต่ละแพ็กเกจของ Canva รองรับฟีเจอร์ด้านการจัดเก็บและจัดการไฟล์อย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้ตรงกับความต้องการของทีมหรือองค์กรของคุณ

Storage and organization Free Pro Teams Enterprise
Folders Unlimited Unlimited Unlimited Unlimited
Media tagging – ✔ ✔ ✔
Cloud storage 5GB 1TB 1TB 1TB

เปรียบเทียบฟีเจอร์ Support and Services

และอีกหนึ่งในจุดแข็งของ Canva คือการให้บริการสนับสนุนผู้ใช้งานอย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการเรียนรู้ การแก้ไขปัญหา และการให้คำปรึกษา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เครื่องมือได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไปหรือองค์กรขนาดใหญ่ Canva มีระบบช่วยเหลือที่หลากหลาย ตั้งแต่บทเรียนออนไลน์ไปจนถึงบริการลูกค้าแบบเฉพาะทาง

ในหมวด Support and Services ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจ — Free, Pro, Teams และ Enterprise  สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น Tutorials, Certifications และ AI Assistant ที่ช่วยตอบคำถามเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์สนับสนุนขั้นสูง เช่น การส่ง Ticket, Live Chat, การจัดการเคสแบบเฉพาะ และการดูแลโดย Customer Success Manager จะมีเฉพาะในแพ็กเกจแบบเสียเงิน โดยเฉพาะ Enterprise ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าในระดับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นว่าแต่ละแพ็กเกจของ Canva รองรับฟีเจอร์ด้านการสนับสนุนและบริการลูกค้าอย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้ตรงกับความต้องการของทีมหรือองค์กรของคุณ

Support and Services Free Pro Teams Enterprise
Tutorials, certifications, and self-help ✔ ✔ ✔ ✔
Al assistant and chatbot ✔ ✔ ✔ ✔
Support tickets and live chat – ✔ ✔ ✔
Priority handling – – – ✔
Dedicated support case management – – – ✔
Dedicated customer success manager – – – Minimum 100 seats
Creative services – – – Minimum 100 seats
Pay-as-you-grow billing – – ✔ ✔



หนึ่งในภารกิจสำคัญของ Canva คือการสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านการออกแบบที่สร้างสรรค์และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดยเฉพาะในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน Canva for Education จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ครู นักเรียน และโรงเรียนในระดับ K-12 (อนุบาลถึงมัธยมปลาย) สามารถใช้งานเครื่องมือระดับพรีเมียมได้ ฟรี 100% โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ในหมวด Canva for Education ผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์จะได้รับฟีเจอร์เทียบเท่า Canva Pro เช่น การเข้าถึงเทมเพลตระดับพรีเมียม เครื่องมือแก้ไขภาพและวิดีโอ การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ และการเชื่อมต่อกับระบบ LMS ชั้นนำ เช่น Google Classroom, Microsoft Teams, Canvas, Schoology และอื่น ๆ นอกจากนี้ โรงเรียนหรือเขตการศึกษายังสามารถขอใช้งานแบบรวมทั้งองค์กรได้ฟรี พร้อมการตั้งค่าระบบ SSO และการจัดการบัญชีแบบรวมศูนย์

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/pricing/#education



Canva for Teachers คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ครูสามารถสร้างสื่อการสอนที่น่าสนใจ มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้ง่าย โดยเปิดให้ใช้งาน ฟรี 100% สำหรับครูและนักเรียนในระดับ K-12 ที่ผ่านการยืนยันสิทธิ์ ครูสามารถใช้ Canva เพื่อออกแบบแผนการสอน โปสเตอร์ ใบงาน วิดีโอ และงานนำเสนอได้อย่างมืออาชีพ โดยไม่ต้องมีพื้นฐานด้านการออกแบบ

ที่มาวิดีโอ : https://www.canva.com/education/teachers/

นอกจากนี้ Canva ยังมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน FERPA และ COPPA เพื่อปกป้องข้อมูลของนักเรียน และมีชุมชนครูระดับโลกที่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนไอเดียและเรียนรู้ร่วมกัน การสมัครใช้งาน Canva for Teachers ทำได้ง่าย เพียงลงทะเบียนด้วยอีเมลโรงเรียนหรืออัปโหลดเอกสารยืนยันการเป็นครู แล้วรอการตรวจสอบไม่กี่วัน ก็สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที Canva for Teachers จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ครูสามารถสอนอย่างสร้างสรรค์ ประหยัดเวลา และเพิ่มการมีส่วนร่วมของนักเรียนในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ




Canva for Education เปิดให้โรงเรียนและเขตการศึกษาในระดับ K-12 ใช้งานได้ ฟรี 100% โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านการออกแบบที่สร้างสรรค์และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งครู นักเรียน และบุคลากรในองค์กร

โรงเรียนสามารถใช้งาน Canva ได้ในระดับองค์กร (Enterprise-level deployment) ซึ่งรวมถึงการจัดการบัญชีผู้ใช้แบบรวมศูนย์ การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง และการเชื่อมต่อกับระบบ LMS ชั้นนำ เช่น Google Classroom, Microsoft Teams, Canvas, Schoology และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่านระบบ SSO เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งาน

Canva package มีอะไรบ้าง แบบไหนเหมาะกับใคร
ที่มาภาพ : https://www.canva.com/education/schools/

การสมัครใช้งาน Canva for Schools ทำได้ง่าย เพียงติดต่อทีม District Engagement ของ Canva เพื่อขอรับการตั้งค่าระบบแบบรวมศูนย์ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการเริ่มต้นใช้งาน โดยไม่กระทบกับบัญชี Canva เดิมของครูที่มีอยู่แล้ว Canva for Schools จึงเป็นโซลูชันที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถยกระดับการเรียนรู้ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกฝ่ายในองค์กรการศึกษา




Canva Campus คือโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อสถาบันอุดมศึกษาโดยเฉพาะ ช่วยให้คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาสามารถสร้างสรรค์เนื้อหา สื่อสาร และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แผนการใช้งานแบบรวมศูนย์ที่บริหารจัดการง่าย โดยใช้เทคโนโลยีของ Canva Enterprise

มหาวิทยาลัยที่มีผู้ใช้งานตั้งแต่ 25 คนขึ้นไปสามารถสมัครใช้งาน Canva Campus เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ระดับพรีเมียมให้กับทุกคนในองค์กร เช่น การจัดการแบรนด์ การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ การรีวิวงาน และการให้ฟีดแบ็กผ่านระบบเดียวกัน นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องมือที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น Microsoft Teams, Zoom และระบบ LMS อย่าง Canvas และ Blackboard

สำหรับนักศึกษา Canva Campus ช่วยเสริมทักษะการออกแบบ การสื่อสารด้วยภาพ และการนำเสนอข้อมูล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกการทำงาน โดยสามารถใช้สร้างเรซูเม่ พอร์ตโฟลิโอ โปรเจกต์ส่วนตัว หรือสื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมในมหาวิทยาลัยได้อย่างมืออาชีพ

Canva Campus ยังมาพร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 1TB ต่อทีม และระบบ SSO เพื่อความปลอดภัยในการเข้าถึง พร้อมบริการสนับสนุนลูกค้าโดยเฉพาะ ด้วยฟีเจอร์ที่ครบครันและการใช้งานที่ง่าย Canva Campus จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับการเรียนรู้ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันในมหาวิทยาลัยให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น




การเลือก แพ็กเกจ Canva ที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้คุณเข้าถึงฟีเจอร์ที่จำเป็น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดเวลาในการออกแบบ และสร้างผลงานที่ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น เช่น หากคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการออกแบบโพสต์โซเชียลหรือเอกสารนำเสนอแบบง่าย ๆ Canva Free ก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้น แต่หากคุณต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การลบพื้นหลังอัตโนมัติ หรือการจัดการแบรนด์ Canva Pro จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า

สำหรับทีมงานหรือองค์กรที่ต้องการทำงานร่วมกันอย่างมีระบบ Canva for Teams และ Canva Enterprise คือทางเลือกที่เหมาะสม โดยมีฟีเจอร์สำหรับการจัดการสมาชิก การควบคุมสิทธิ์ และการสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบ

การเลือกแพ็กเกจที่ตรงกับรูปแบบการใช้งานจะช่วยให้คุณใช้ Canva ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุ้มค่า และสอดคล้องกับเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อการเรียน การทำงาน หรือการสร้างแบรนด์ในระดับองค์กร




สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

Tel: 021198405

Line: @M365th

Email: Sales@m365.co.th


แหล่งอ้างอิง

Canva. (n.d.). Pricing. https://www.canva.com/pricing

Canva. (n.d.). Education. https://www.canva.com/education/

Canva. (n.d.). Education / Teachers. https://www.canva.com/education/teachers/

Canva. (n.d.). Education / Schools. https://www.canva.com/education/schools/

Canva. (n.d.). Canva for Education: Get started as a school district. https://www.canva.com/learn/canva-for-education-get-started-as-a-school-district/

Canva. (n.d.). For Campus. https://www.canva.com/for-campus/